วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เกล็ดความรู้เกี่ยวกับชมิ้นชัน

ขมิ้นชัน 


     เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เนื่องจากมีคุณประโยชน์ และงานวิจัยทางการแพทย์ กล่าวโดยสรุปดังนี้

     1.มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร โดยช่วยลดท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยย่อยอาหาร บำรุงตับ ลดการเจ็บป่วยจากโรคลำไส้เรื้อรัง
     2.มีประโยชน์ต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด หัวใจและสมอง โดยช่วยในเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ และป้องการเซลล์สมองจากจากการขาดเลือด
     3.มีประโยชน์ในด้านการช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดโลหิตขาว มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และอาจลดมะเร็งปากมดลูกอีกด้วย
    4.มีประโยชน์ด้านช่วยบำรุงสมอง และอาจช่วยเรื่องอัลไซเมอร์
    5.ช่วยฆ่าเชื้อมาเลเรีย
     "ขมิ้นชัน" เมื่อใช้ภายนอกร่างกาย มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียได้หลายชนิด แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะประโยชน์ของขมิ้นชันที่ใช้รับประทานเท่านั้น ซึ่งขมิ้นเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่หาได้ง่าย สามารถปลูกได้ทุกครัวเรือน มีความปลอดภัย และขมิ้นก็ยังมีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับมาก เนื่องจากขมิ้นช่วยขับน้ำดี จึงมีข้อแนะนำไม่รับประทานในผู้ป่วยที่เป็นนิ้วในท่อน้ำดี
     ปัจจุบันนี้มีงานวิจัยตลอดเวลา โดยมีแนวโน้มที่จะนำสารสกัดมาศึกษาเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นสมุนไพรที่น่าภูมิใจและนำไปใช้ของคนไทย แต่อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากขมิ้นชัน ควรเลือกจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต รวมถึงผู้ผลิตที่มีการควบคุมคุณภาพของขมิ้นชันให้มั่นใจได้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีค่าสารสำคัญ คือ เคอร์คิวมิน ตามมาตรฐานกำหนดและมีความปลอดภัย

ผลข้างเคียงของขมิ้นชัน

ขมิ้นชันผลข้างเคียงการรับประทานขมิ้นเพื่อการรักษาโรคใด ๆ ก็ตาม ถ้าหากเรารู้ว่าเราเป็นโรคอะไร แล้วรับประทานไปเรื่อย ๆ จนโรคนั้นหายไปแล้ว ก็ควรหยุดรับประทาน ถึงแม้ขมิ้นจะมีประโยชน์ก็จริง แต่หากร่างกายได้รับมากเกินความต้องการอาจจะกลายเป็นโทษเสียเอง ขมิ้นชันมีผลข้างเคียงคืออาการแพ้ เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว นอนไม่หลับ ดังนั้นหากคุณรับประทานขมิ้นแล้วมีอาการดังกล่าว ควรหยุดรับประทานและหายาชนิดอื่นรับประทานแทน และยังมีความเชื่อเรื่องโทษและข้อเสียของขมิ้นในแถบภาคใต้ว่า การรับประทานขมิ้นที่มากเกินไปและถี่เกินไปนั้นแทนที่จะช่วยป้องกันโรคมะเร็ง อาจจะเป็นมะเร็งเสียเอง
อย่างไรก็ตาม คุณควรสังเกตอาการของตัวคุณเองด้วย เนื่องจากอาการท้องเสียนั้นเป็นอาการข้างเคียงทั่วไป อาจมีสาเหตุมาจากยาชนิดอื่นหรือจากภาวะของโรคที่เป็นอยู่แล้วร่วมด้วยก็เป็นได้ ดังนั้นคุณควรสังเกตอาการของตัวคุณเองด้วยว่าเดิมกินยาอื่นแล้วไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ แต่เพิ่งมามีปัญหาเมื่อตอนรับประทานขมิ้นร่วมด้วย ก็ควรสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นผลข้างเคียงของขมิ้นก็ได้ แต่ทั้งนี้ถ้าคิดว่าเป็นผลข้างเคียงของขมิ้น คุณก็อาจจะรับประทานขมิ้นต่อไปได้ ด้วยการรับประทานซ้ำ และค่อย ๆ ปรับขนาดยา จาก 1 เม็ด เป็น 2 เม็ดต่อครั้ง แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ ก็อาจจะทำให้รับประทานขมิ้นต่อไปได้
     การรับประทานอย่างพอประมาณและเหมาะสม รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ งดพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคคือสิ่งที่ถูกต้อง บางสิ่งบางอย่างถึงแม้มันจะมีประโยชน์มากก็จริง แต่ถ้ามันมากเกินไปก็จะเป็นโทษต่อตัวเราได้ จึงไม่ควรหลงละโมภ และรับประทานทานอย่างไร้สติ

คอร์คิวมา ซี-อี ขมิ้นชันผสมวิตามินซีและวิตามินอี ชนิดแคปซูล

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ขมิ้นชันผสมวิตามินซีและวิตามินอี ชนิดแคปซูล ตรา กิฟฟารีน



 
      กิฟฟารีน มีความตั้งใจจริงในการผลิตผลิตภัณฑ์ ดังนั้นจึงพิถีพิถันทุกขั้นตอน เริ่มจากการเลือกสรรวัตถุดิบ ขมิ้นชันที่ใช้จะต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพ และบรรจุในบรรจุภัณฑ์ ที่ได้เกณฑ์มาตรฐาน


ขมิ้นชันมี ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma longa Linn., Curcuma domestica Valeton. ชื่อวงศ์ Zingiberaceae ชื่อท้องถิ่น ขมิ้นแกง, ขมิ้นชัน, ขมิ้นหยวก, ขมิ้นหัว, ขี้มิ้น, ยากยอ, สะยอ, หมิ้น ส่วนที่ใช้คือ เหง้าสดและแห้ง
ขมิ้นเมื่อใช้ภายนอก มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียได้หลายชนิด แต่บทความนี้จะกล่าวเฉพาะ ประโยชน์ของขมิ้นที่ใช้รับประทานเท่านั้น

ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 แคปซูล : ขมิ้นชันผง 300 มก. กรดแอสคอร์บิค 20 มก. (ให้วิตามินซี 20 มก.) และวิตามินอี อะซีเตท 10 มก. (ให้วิตามินอี 5 หน่วยสากล)

วิธีรับประทาน : รับประทานวันละ 1-3 แคปซูล หลังอาหาร
คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ฆอ. 1217/2553
ขนาด 60 แคปซูล 
 สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่นี่ ...  คลิกเลย













ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น